
ต่อ Work Permit และวีซ่า Non-B ทำอะไรบ้าง ไทม์ไลน์ 45 วัน
การต่ออายุประกอบด้วยการขออยู่ต่อ (ตม.7) และการต่อ Work Permit พร้อมไทม์ไลน์ 45 วัน เอกสาร และสาเหตุที่ทำให้ล่าช้า
อ่านบทความคู่มือวีซ่า

ตม.30 คือการแจ้งที่พักของคนต่างด้าว ผู้มีหน้าที่แจ้งคือเจ้าบ้านหรือเจ้าของที่พัก ภายใน 24 ชั่วโมง
ตม.30 คือแบบแจ้งว่ามีคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเข้ามาพักอาศัยที่เคหสถานแห่งหนึ่ง ผู้มีหน้าที่แจ้งคือเจ้าบ้าน เจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมที่รับคนต่างด้าวเข้าพัก ไม่ใช่ตัวคนต่างด้าวเอง และต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่คนต่างด้าวเข้าพัก ตามหน้าแจ้งที่พักคนต่างด้าวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และมาตรา 38 ของพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522
ตม.30 เป็นแบบที่ใช้แจ้งการรับคนต่างด้าวเข้าพักอาศัย หน้าเว็บของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองระบุว่าแบบนี้มีสองส่วน ส่วนที่สองเป็นรายชื่อคนต่างด้าวที่พักอยู่ในที่นั้น (สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) ส่วนกฎหมายแม่บทคือมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ที่กำหนดให้เจ้าบ้าน เจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรมซึ่งรับคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ชั่วคราว แจ้งต่อเจ้าพนักงานภายใน 24 ชั่วโมง (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง)
เวลา 24 ชั่วโมงนับจากเวลาที่คนต่างด้าวเข้าพักอาศัย (สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) กล่าวคือกฎหมายผูกหน้าที่ไว้กับช่วงเวลาที่คนต่างด้าวเข้ามาพักที่เคหสถานนั้น
ในทางปฏิบัติ คำถามที่พบบ่อยคือต้องแจ้งใหม่หรือไม่ เมื่อพนักงานกลับจากเดินทางต่างประเทศ หรือไปพักค้างในจังหวัดอื่นแล้วกลับมา เรายังไม่พบข้อความจากหน้าราชการที่ลิงก์ไว้ซึ่งตอบกรณีเหล่านี้โดยตรง จึงไม่ขอระบุว่าต้องหรือไม่ต้องแจ้งซ้ำ สิ่งที่กฎหมายกำหนดคือผูกหน้าที่กับช่วงที่คนต่างด้าวเข้ามาพักที่เคหสถาน และเราแนะนำให้สอบถามสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ของที่พักนั้นก่อน เพราะแนวปฏิบัติของแต่ละสำนักงานและแต่ละกรณีอาจต่างกัน
ผู้ที่ต้องแจ้งขึ้นอยู่กับประเภทที่พัก ตารางด้านล่างสรุปตามถ้อยคำของหน้าราชการและมาตรา 38 โปรดสังเกตว่าหน้าที่แจ้งอยู่ที่ฝั่งเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่พัก ไม่ใช่ฝั่งผู้เช่าที่เป็นคนต่างด้าว
| ประเภทที่พัก | ผู้ที่ต้องแจ้ง | ที่มา |
|---|---|---|
| บ้านหรือเคหสถานทั่วไปที่รับคนต่างด้าวเข้าพัก | เจ้าบ้าน เจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองเคหสถาน | มาตรา 38 และหน้าแจ้งที่พัก |
| โรงแรม | ผู้จัดการโรงแรม | มาตรา 38 และหน้าแจ้งที่พัก |
| โรงแรม เกสต์เฮาส์ แมนชั่น อพาร์ตเมนต์ และบ้านเช่าที่ได้รับอนุญาต | เจ้าของเคหสถาน เจ้าของบ้านเช่า หรือผู้ประกอบการ แจ้งตามแบบ ตม.30 | หน้าแจ้งที่พัก |
ถ้าพนักงานต่างชาติของคุณเช่าคอนโดหรือบ้านจากเจ้าของห้อง ผู้ที่กฎหมายระบุคือเจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน ดังนั้นควรตกลงกับเจ้าของห้องหรือนิติบุคคลอาคารให้ชัดว่าใครเป็นผู้ยื่นจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรตกลงกันล่วงหน้า ไม่ใช่กฎใหม่
โรงแรมและอาคารที่มีบริการมักดำเนินการแจ้งไปพร้อมกับการเช็กอิน ผู้เข้าพักจึงไม่ค่อยเห็นขั้นตอนนี้ แต่กรณีเช่าคอนโดหรือบ้าน ผู้เช่าต่างชาติมักไม่รู้ว่ามีแบบนี้อยู่ คำถามว่าใครเป็นผู้ยื่นจึงมักถูกลืมจนกว่าจะมีคนถาม การยกเรื่องนี้ขึ้นมาตั้งแต่ช่วงคุยสัญญาเช่าช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาได้
หน้าราชการระบุช่องทางไว้สามทาง (สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) ได้แก่
สถานที่รับแจ้งคือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ สำหรับท้องที่ที่ไม่มีสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มาตรา 38 ให้แจ้งที่สถานีตำรวจในท้องที่นั้น (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง) ส่วนในกรุงเทพมหานคร หน้าราชการระบุให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่กองตรวจคนเข้าเมือง (สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)
เมื่อแจ้งแล้ว เราแนะนำให้เก็บหลักฐาน เช่น ใบรับแจ้ง สำเนาแบบที่ยื่น หรือใบตอบรับไปรษณีย์ลงทะเบียน เพราะหากภายหลังมีการตรวจสอบ หลักฐานเหล่านี้ช่วยแสดงว่าแจ้งแล้วและแจ้งเมื่อใด
มาตรา 77 กำหนดว่าผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 38 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และถ้าเป็นผู้จัดการโรงแรม โทษปรับอยู่ที่ 2,000 ถึง 10,000 บาท (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง) ตัวเลขนี้เป็นระดับโทษตามตัวบทกฎหมาย จำนวนที่ถูกเปรียบเทียบปรับจริงขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่และกรณี
เนื่องจากหน้าที่แจ้งเป็นของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่พัก ผลโดยตรงจึงตกกับฝั่งนั้น อย่างไรก็ตาม ในมุมของนายจ้างและพนักงานต่างชาติ การที่ที่พักไม่ได้แจ้งอาจทำให้เกิดความยุ่งยากเมื่อต้องติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เราจึงแนะนำให้ตรวจสอบสถานะการแจ้งของที่พักไว้ล่วงหน้า และไม่เขียนในที่นี้ว่าเป็นเงื่อนไขของคำขออื่นใด เพราะเรายังไม่พบแหล่งทางการที่ยืนยันเรื่องนั้น
สองเรื่องนี้มักถูกสับสนเพราะเกี่ยวกับที่พักเหมือนกัน แต่เป็นหน้าที่คนละอย่าง ตม.30 เป็นหน้าที่ของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่พัก ส่วนการแจ้งที่พักทุก 90 วันเป็นหน้าที่ของคนต่างด้าวเอง
| หัวข้อ | ตม.30 | รายงานตัว 90 วัน (ตม.47) |
|---|---|---|
| ผู้ยื่น | เจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน หรือผู้จัดการโรงแรม (หน้าแจ้งที่พัก) | คนต่างด้าวที่อยู่ในไทยเกิน 90 วัน (หน้ารายงานตัว 90 วัน) |
| เหตุที่ต้องแจ้ง | คนต่างด้าวเข้าพักอาศัยที่เคหสถาน (มาตรา 38) | อยู่ในไทยเกิน 90 วัน แจ้งที่พักทุก 90 วัน (มาตรา 37(5), หน้ารายงานตัว) |
| กำหนดเวลา | ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เข้าพัก (หน้าแจ้งที่พัก) | ตั้งแต่ 15 วันก่อนถึง 7 วันหลังวันครบกำหนด ไม่มีค่าธรรมเนียม (หน้ารายงานตัว) |
| ตัวบทกฎหมาย | มาตรา 38 (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง) | มาตรา 37(5) (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง) |
| โทษเมื่อไม่ทำ | มาตรา 77 ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ผู้จัดการโรงแรม 2,000–10,000 บาท (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง) | มาตรา 76 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 200 บาทจนกว่าจะปฏิบัติถูกต้อง (พ.ร.บ.คนเข้าเมือง) ส่วนหน้ารายงานตัวระบุว่าแจ้งช้าปรับ 2,000 บาท (หน้ารายงานตัว) |
รายละเอียดของการรายงานตัว 90 วัน รวมถึงช่องทางออนไลน์ อยู่ในบทความลืมรายงานตัว 90 วัน ต้องทำอย่างไร ของเรา
ข้อแนะนำต่อไปนี้เป็นแนวปฏิบัติที่เราแนะนำ ไม่ใช่ข้อกำหนดทางกฎหมายเพิ่มเติม
ก่อนพนักงานต่างชาติคนใหม่ย้ายเข้าที่พัก เราแนะนำให้ฝ่ายบุคคลสอบถามเจ้าของห้องสามเรื่องสั้นๆ คือ ใครเป็นผู้ยื่น ตม.30 จะยื่นช่องทางใด และจะส่งหลักฐานให้บริษัทเมื่อใด จากนั้นจดคำตอบไว้ในอีเมลหรือเอกสารที่ทั้งสองฝ่ายเก็บได้ เพื่อให้ผู้รับช่วงต่อในฝ่ายบุคคลเปิดดูได้ทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนคนดูแลหรือเปลี่ยนที่พัก วิธีนี้ไม่ต้องใช้ระบบพิเศษใดๆ และช่วยให้ทุกฝ่ายรู้ตรงกันว่าใครรับผิดชอบเรื่องใด
เรื่องที่พักเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพนักงานต่างชาติให้ถูกต้องต่อเนื่องหลังได้วีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ดูภาพรวมได้ที่หน้าวีซ่า Non-B และใบอนุญาตทำงาน และวีซ่าเกษียณอายุ ซึ่งรวมงานรายงานตัวและแจ้ง ตม.30 ต่อเนื่อง รวมถึงรายการที่ควรตรวจในบทความเช็กลิสต์ต่อใบอนุญาตทำงาน หากมีผู้ติดตามครอบครัว ดูหน้าวีซ่าผู้ติดตาม ด้วย
ข้อมูล ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2569 จากเว็บไซต์หน่วยงานราชการที่ลิงก์ไว้ ระเบียบอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับหน่วยงานอีกครั้งก่อนยื่น
หากไม่แน่ใจว่าที่พักของพนักงานต้องดำเนินการอย่างไร ติดต่อเราได้ที่หน้าติดต่อ เพื่อปรึกษาเบื้องต้น
ศูนย์รวมความรู้

การต่ออายุประกอบด้วยการขออยู่ต่อ (ตม.7) และการต่อ Work Permit พร้อมไทม์ไลน์ 45 วัน เอกสาร และสาเหตุที่ทำให้ล่าช้า
อ่านบทความ
การสัมภาษณ์ที่ดีไม่ได้วัดว่าใครตอบเก่งที่สุด แต่วัดว่าใครจะทำงานนี้ได้จริงและอยู่กับองค์กรได้นาน นี่คือแนวทางที่เราใช้จริงในการคัดเลือกผู้สมัคร
อ่านบทความ
บริษัทต่างชาติที่อยากเริ่มทีมในไทยโดยยังไม่ตั้งนิติบุคคล มักได้ยินคำว่า EOR แต่จริง ๆ แล้วมันคืออะไร และต่างจากการจ้าง Outsource อย่างไร
อ่านบทความมาร่วมงานกับเรา
นัดหมายเพื่อพูดคุยกับทีม GNY Partner เราจะช่วยประเมินแนวทาง ขอบเขตงาน และขั้นตอนที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
หรือติดต่อทีมงานโดยตรง
คุยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง เลือกช่องทางที่สะดวกได้เลยค่ะ